เริ่มแล้ว สินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือก ธกส. ปลอดดอกเบี้ย 5 เดือน

เริ่มแล้ว สินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือก ธกส. ปลอดดอกเบี้ย 5 เดือน

เริ่มแล้ววันนี้ ธ.ก.ส. ปล่อยสินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือก ฟรีดอกเบี้ย 5 เดือน และสินเชื่อรวบรวมข้าวโดยสถาบันเกษตรกร ดอกเบี้ย 1% ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เดินหน้ามาตรการคู่ขนานเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าวของรัฐบาล ผ่าน 2 โครงการ คือ

โครงการสินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกนาปี 

ปีการผลิต 2563/64 วงเงินรวม 15,284 ล้านบาท เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนระหว่างชะลอการขายข้าว โดยเกษตรกรกู้ได้รายละไม่เกิน 300,000 บาท สหกรณ์การเกษตรแห่งละไม่เกิน 300 ล้านบาท กลุ่มเกษตรกรแห่งละไม่เกิน 20 ล้านบาท และวิสาหกิจชุมชนแห่งละไม่เกิน 5 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่บัดนี้ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2564 และภาคใต้ตั้งแต่เดือนมีนาคม – 31 กรกฎาคม 2564 กำหนดชำระคืนเงินกู้ภายใน 5 เดือน โดยไม่คิดดอกเบี้ย ตั้งเป้าจ่ายสินเชื่อจำนวน 1.5 ล้านตันข้าวเปลือก ณ ความชื้นไม่เกินร้อยละ 15 สิ่งเจือปนไม่เกินร้อยละ 2

กำหนดวงเงินสินเชื่อต่อตัน ดังนี้

-ข้าวเปลือกหอมมะลิในเขต 23 จังหวัด ตั้งแต่ 10,400 – 11,000 บาท/ตัน

-ข้าวหอมมะลินอกเขต 23 จังหวัด ตั้งแต่ 8,900 – 9,500 บาท/ตัน

-ข้าวเจ้า 5,400 บาท/ตัน ข้าวหอมปทุม 7,300 บาท/ตัน และข้าวเหนียว 8,600 บาท/ตัน

ทั้งนี้ ข้าวเปลือกชนิดสีได้ต้นข้าวต่ำกว่า 20 กรัม ไม่รับเข้าร่วมโครงการ และข้าวหอมมะลิ จะมีเมล็ดข้าวแดงได้ไม่เกินร้อยละ 0.5 (ไม่เกิน 22 เมล็ดใน 100 กรัม)

2.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2563/64 วงเงินรวม 15,000 ล้านบาท เพื่อให้สถาบันเกษตรกรช่วยดูดซับปริมาณข้าวเปลือกในตลาด โดยรวบรวมและรับซื้อข้าวเพื่อรอการขาย คิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี เริ่มตั้งแต่บัดนี้ถึง 30 กันยายน 2564 กำหนดระยะเวลาชำระหนี้เงินกู้ตามรอบธุรกิจแต่ไม่เกิน 31 ธันวาคม 2564

ธ.ก.ส. ได้เริ่มดำเนินการจ่ายเงิน ในโครงการ ประกันรายได้ เกษตรกร ผู้ปลูก มันสำปะหลัง ของปี 2563-64 โดยได้เริ่มโอนวันนี้ วันแรก ให้ 752 ครัวเรือน เป็นเงิน 10 ล้านบาท

ธ.ก.ส. เริ่มจ่ายเงินตามโครงการ ประกันรายได้ เกษตรกร ผู้ปลูก มันสำปะหลัง ปี 2563/64 เพื่อช่วยเหลือและสร้างความมั่นคงด้านรายได้แก่ผู้ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ โดยประกันรายได้หัวมันสดเชื้อแป้ง 25% กิโลกรัมละ 2.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 100 ตัน

วงเงินภายในโครงการกว่า 9,500 ล้านบาท เป้าหมายเกษตรกร 524,000 ครัวเรือน ดีเดย์ 1 ธันวาคมนี้ โดยวันแรกได้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรที่เปิดไว้กับ ธ.ก.ส. จำนวน 752 ครัวเรือน เป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท

นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 โดยกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้เสนอ และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563 ได้เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินการ “โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2563/64” เพื่อช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังให้มีรายได้ที่แน่นอน ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำและสร้างความมั่นคงในอาชีพ เป้าหมายเกษตรกร 524,000 ครัวเรือน วงเงินงบประมาณ 9,570 ล้านบาท

โดยประกันรายได้หัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง 25% กิโลกรัมละ 2.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 100 ตัน และต้องไม่ซ้ำแปลง ในพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ โดยในวันนี้ (1 ธันวาคม 2563) ธ.ก.ส. ได้จ่ายเงินประกันรายได้เป็นวันแรกแก่เกษตรกรจำนวน 752 ครัวเรือน เป็นเงิน 10.19 ล้านบาท

ครม. อนุมัติในโครงการ ค้ำประกัน สินเชื่อ SME ระลอกใหม่

รมว. การคลัง ได้เปิดเผยว่า ครม. ได้ทำการอนุมัติในโครงการ ค้ำประกัน สินเชื่อ ให้แก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในระลอกใหม่ทั้ง 2 โครงการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ทำการเปิดเผยถึงมติของ ครม. ที่ได้ทำการอนุมัติในการเพิ่มระยะเวลาของโครงการ ค้ำประกัน สินเชื่อ ให้แก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ทั้งสองโครงการ ได้แก่ PGS ในระยะที่ 9 และ Micro ในระยะที่ 4

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ทำการชี้แจงว่า เนื่องด้วยได้มีสัญญาณในความเบาบางลงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (Covid-19) ที่ส่งผลให้ภาคธุรกิจบางรายการเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีผู้ประกอบจำนวนมากที่ยังคงมีปัญหา และต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจ SMEs

เนื่องด้วยผู้ประกอบการ SMEs ทั้งหลายนั้น ยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่คงชะลอตัวอยู่ และไม่สามารถจะเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันทางการเงินได้เพียงพอ เพราะบรรดาสถาบันการเงินยังไม่มีความมั่นใจในตัวผู้ประกอบการประเภทดังกล่าว ว่าจะสามารถทำการชำระหนี้คืนได้

ในวันที่ 1 ธ.ค. นี้ ทาง ครม. จึงได้มีมติเห็นชอบในการเพิ่มระยะเวลาของมาตรการช่วยผู้ประกอบการ SMEs ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อ Portfolio Guarantee Scheme (PGS) ในระยะที่ 9 และโครงการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ Micro Entrepreneurs (Micro) ในระยะที่ 4 เพื่อทำการช่วยเหลือในตรงนี้

ทั้งนี้แล้วทางกระทรวงการคลังมั่นใจว่าโครงการดังกล่าวนั้นจะทำการช่วยเหลือ ผู้ประกอบการ SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น ที่จะส่งผลให้ธุรกิจมีสภาพคล่องเพียงพอ ต่อการดำเนินธุรกิจต่อได้

Credit : แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว | แต่งบ้านและสวน | พระเครื่อง | รีวิวกล้องถ่ายรูป